• The Exclusive

เตรียมตัวให้ดีก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน

Posted on Monday, May 21, 2018

การรีไฟแนนซ์.. วิธีที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าดอกเบี้ย และลดระยะเวลาผ่อนบ้านได้มากมายเลยทีเดียว แต่ก่อนที่เราจะทำการรีไฟแนนซ์ เราควรจะเตรียมตัวยอย่างไรบ้าง? ไปดูกันเลยค่ะ :)

1.ศึกษาคุณสมบัติของผู้ขอรีไฟแนนซ์
สถาบันการเงินหลายๆ แห่ง ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรีไฟแนนซ์ ไว้ดังนี้

  • ผู้ขอรีไฟแนนซ์จะต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ คือมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 65 ปี หรือไม่เกินอายุปลดเกษียณตามที่กฎหมายกำหนดเฉพาะหน่วยงาน เช่น เช่น ข้าราชการอัยการ ผู้พิพากษา
  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำที่แน่นอน
  • มีความสามารถที่จะชำระหนี้เงินกู้ได้
  • ไม่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้มาก่อน

2.เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านไว้ให้เรียบร้อย
ผู้ขอรีไฟแนนซ์ควรเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านไว้ให้เรียบร้อยก่อนจะขอรีไฟแนนซ์ ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้ มีดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน/รัฐวิสาหกิจ/ข้าราชการพร้อมฉบับจริง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ทุกหน้า ทุกคนพร้อมฉบับจริง
  • สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ในมรณะบัตร/ใบแจ้งความแยกกันอยู่ พร้อมฉบับจริง
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสพร้อมฉบับจริง
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(ถ้ามี)พร้อมฉบับจริง
  • ใบรับรองเงินเดือน (ฉบับจริง) หรือ หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการข้อตกลง (ฉบับจริง)
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับรองเงินเดือนปัจจุบัน 3 เดือน ย้อนหลัง(ฉบับจริง )
  • สำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ พร้อมฉบับจริง
  • สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนฯ(ภงต.90, 91, ทวิ 50, หนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย) (ใช้ในกรณีเพื่อนๆ ประกอบธุรกิจ)
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้พร้อมใบเสร็จตัวจริงจากกรมสรรพากร ย้อนหลัง 6 เดือน (ใช้ในกรณีเพื่อนๆ ประกอบธุรกิจ)
  • รูปถ่ายกิจการ จำนวน 3-4 รูป (ใช้ในกรณีเพื่อนๆ ประกอบธุรกิจ)
  • สำเนาในประกอบวิชาชีพ, ในอนุญาตประกอบการ (ใช้ในกรณีเพื่อนๆ ประกอบอาชีพส่วนตัว)
  • ใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 24 เดือน(กรณีไถ่ถอน)
  • สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด/อช.2(2ชุด) พร้อมรับรองจาก สนง.ที่ดิน

3.เตรียมเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์
นอกจากนี้ผู้ขอรีไฟแนนซ์ ควรออมเงินไว้แต่เนิ่นๆ ก่อนจะทำการรีไฟแนนซ์ เพราะค่าใช่จ่ายเยอะพอควร โดยมีค่าใช้จ่ายต่างๆดังนี้

  • ค่าเบี้ยปรับในกรณีผู้กู้ไถ่ถอนก่อนกำหนด ต้องเสียค่าปรับเฉลี่ยในอัตราตั้งแต่ 1 – 5% ของวงเงิน ที่ขอกู้ หรือยอดเงินต้นคงเหลือ
  • ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ ธนาคารส่วนใหญ่จะคิดประมาณ 0 – 3% ของวงเงินกู้
  • ค่าประเมินราคาหลักประกันประมาณ 0.25 – 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน กรณี รีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินเดิมอาจไม่ต้องจ่ายค่าประเมิน
  • ค่าทำประกันอัคคีภัยประมาณ 2,000 บาท ต่อบ้านมูลค่า 1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารเก่าและใหม่แต่ละแห่ง จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของ
  • แต่ละธนาคาร
  • ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง จำนวน 1% ของวงเงินที่ขอกู้
  • ค่าอากรสแตมป์ จำนวน 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าไถ่ถอน จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน
  • ค่าจดจำนอง จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน (1% ของยอดกู้ใหม่หรือยอดประเมิน)
  • ค่าพยาน จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน
  • ค่าสรุปยอดหนี้
  • ค่าออกเช็ค

ถ้ามีพร้อมทั้ง 3 ข้อแล้ว ก็สามารถไปยื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์ที่ธนาคารต่างๆได้เลยค่ะ ^^


ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://pefinance.wordpress.com


ติดตามได้ที่ :

โพสต์ล่าสุด